🥕🥕ข่าวประชาสัมพันธ์🥕🥕

📢📢 “แจ้งประชาสัมพันธ์📢📢 ”

วันที่ 12 ก.ย. 64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวจริง เพิ่มเติม 1 กรณีคือ กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง อย. รับรองฟ้าทะลายโจร เข้าบัญชียาหลักแห่งชาติ รักษาโควิด-19 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขพบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ได้มีประชุมครั้งที่ 6/2564 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2564 และมีมติคัดเลือกรายการสมุนไพรจำนวน 2 รายการ คือ ยาสารสกัดจากฟ้าทะลายโจร และยาจากผงฟ้าทะลายโจร เพื่อใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ภายใต้เงื่อนไขดังนี้ 1. ให้ใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดอาการของโรคที่รุนแรง 2. เฉพาะผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีการควบคุมปริมาณ andrographolide 3. รับประทานในขนาดยาที่มีปริมาณ andrographolide 180 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งให้รับประทานวันละ 3 ครั้ง 4. ใช้ได้โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม 5. มีการติดตามประเมินประสิทธิผล และความปลอดภัยหลังการใช้อย่างเป็นระบบ ซึ่งได้มีการออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพ หรือหากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1556 และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th บทสรุปของเรื่องนี้คือ : อย. รับรองฟ้าทะลายโจร เข้าบัญชียาหลักแห่งชาติ รักษาโควิด-19 รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”


📢📢 “แจ้งประชาสัมพันธ์📢📢 ” วันที่ 11 ก.ย. 64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ANSCOP) ได้ตรวจสอบพบข้อมูลข่าวปลอม 1 กรณีคือ กรณีที่ปรากฎข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ ที่บริเวณหน้ากรมดุริยางค์ทหารบก ถนนวิภาวดี ว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนและเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งกรณีดังกล่าวจากการตรวจสอบกับ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวเป็นข้อมูลเท โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 เวลาประมาณ 20.10 น. ผู้ประสบอุบัติเหตุได้ขับรถยนต์ยี่ห้อเรนจ์โรเวอร์สีดำ มาจากซอยพหลโยธิน 64 เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักย่านสาทร โดยขับมาตามถนนวิภาวดีรังสิต(ขาเข้า) ช่องทางหลัก เมื่อมาถึงบริเวณก่อนถึงด่านเก็บเงินดินแดงประมาณ 200 เมตร ในช่องทางที่ 2 จากซ้าย รถยนต์ที่ขับอยู่ด้านหน้าประมาณ 3 คัน ได้เบรคกะทันหัน เนื่องจากมีบุคคลซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มผู้ชุมนุม 2 คน วิ่งตัดหน้ารถ โดยวิ่งมาจากทางถนนวิภาวดีรังสิต(ขาออก) ข้ามเกาะกลางถนนมา ทำให้ผู้ประสบอุบัติเหตุไม่สามารถเบรครถยนต์ได้ทันจึงได้ทำการหักรถหลบไปยังด้านซ้าย ทำให้รถยนต์เสียหลัก และเฉี่ยวชนกับแบริเออร์พลิกคว่ำอยู่ที่บริเวณดังกล่าวในช่องทางที่ 1 จากซ้าย จากนั้น ผู้ประสบอุบัติเหตุ ได้คลานออกมาจากรถ และได้มีชายไม่ทราบชื่อ จำนวน 5 คน ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมเช่นกัน ได้พาผู้ประสบอุบัติเหตุไปยังด้านถนนวิภาวดีรังสิต(ขาออก) ซึ่งมีกลุ่มผู้ชุมนุมรวมกลุ่มกันอยู่ โดยข้ามเกาะกลางถนนไป แต่ในขณะนั้นเอง ผู้ประสบอุบัติเหตุได้เห็นว่ารถยนต์ของตนเกิดไฟไหม้ จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการประสานรถฉีดน้ำเข้ามาฉีดดับเพลิงให้รถยนต์คันดังกล่าว จึงทำให้ไฟดับลง จากนั้นผู้ประสบอุบัติเหตุจึงได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ซึ่งอยู่ในบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต(ขาเข้า) แล้วจึงได้รออยู่ในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. พนักงานสอบสวนจึงได้มาตรวจที่เกิดเหตุ และพาผู้ประสบอุบัติเหตุ มายังศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ ส่วนอาการบาดเจ็บ เบื้องต้นไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก มีเพียงรอยขีดข่วนที่ต้นแขนซ้าย ที่เกิดจากของกระจกบาด ขณะคลานออกจากตัวรถเท่านั้น ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อีกทั้งขอให้ใช้ความระมัดระวังพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ สามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลการกระทำผิดผ่านสายด่วน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ANSCOP) หมายเลข 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


📢📢 “แจ้งประชาสัมพันธ์📢📢 ” วันที่ 11 ก.ย. 64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม เพิ่มเติม 1 กรณีคือ กรณีที่มีการเผยแพร่เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง เดือนกันยายนเลื่อนวันจ่ายเงินบำนาญเร็วขึ้น 1 วัน เป็นวันที่ 21 ก.ย. 64 ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ จากที่มีการแชร์ข้อมูลว่ามีการเลื่อนวันจ่ายเงินบำนาญของเดือนกันยายน ให้เร็วขึ้น 1 วัน จากวันที่ 22 ก.ย. เป็นวันที่ 21 ก.ย. 64 ทางกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า กรมบัญชีกลางจ่ายเงินบำนาญของเดือนกันยายน 2564 ในวันที่ 22 กันยายน 2564 ตามเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการคลัง สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mof.go.th หรือโทร. 1689 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ยังคงจ่ายเงินบำนาญของเดือนกันยายน 2564 ตามเดิม คือวันที่ 22 กันยายน 2564 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”


 

📢📢 “แจ้งประชาสัมพันธ์📢📢 ” ” วันที่ 9 ก.ย. 64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันว่าเป็นข่าวบิดเบือน เพิ่มเติม 1 กรณีคือ กรณีที่มีข่าวเตือนภัยเรื่อง กทม. มีโอกาสเกิดลานีญากำลังแรงในปลายปี 64 ฝนถล่มหนักในรอบ 1,000 ปี ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน จากประเด็นข้อความเตือนภัยระบุว่าเตือนลานีญาฝนถล่มกรุงหนัก จะเกิดน้ำท่วม มีเวลาเตรียมตัว 2 เดือนเท่านั้น ทางสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่ากองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานการติดตามและประเมินสภาพภูมิอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ พบว่าสถานการณ์ภาพรวมช่วงฤดูฝน ปี 2564 สภาพอากาศมีลักษณะคล้ายคลึงกับปี 2551 โดยช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม จะมีปริมาณฝนน้อยเสี่ยงเกิดภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ และจะมีฝนตกหนักในเดือนกันยายน-ตุลาคม เสี่ยงเกิดอุทกภัยบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ส่วนช่วงปลายปีเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จะเกิดฝนตกหนักเสี่ยงเกิดน้ำท่วมบริเวณภาคใต้ สำหรับปริมาณฝนปี 2551 นั้นมีค่าน้อยกว่า ปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ด้วยเช่นกัน ขณะที่การคาดการณ์ปรากฏการณ์ “ลานีญา” ปัจจุบันกรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ปรากฏการณ์ “เอนโซ” อยู่ในสภาวะปกติต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคม จากนั้นมีโอกาสพัฒนาเป็นปรากฏการณ์ ”ลานีญา” สภาวะอ่อน ๆ ช่วงเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม ซึ่งมีผลให้เกิดฝนตกเพิ่มขึ้นบริเวณภาคใต้ และจากการคาดการณ์ฝน ONE MAP ช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม มีค่าฝนเฉลี่ยมากสุดในเดือนกันยายน ปริมาณ 260 มิลลิเมตร เท่านั้น ทำให้โอกาสที่ กทม.จะเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนัก รอบ 1,000 ปี หรือเกิน 350 มิลลิเมตรต่อวัน จึงมีความน่าจะเป็นน้อยมาก ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.onwr.go.th หรือโทร. 02-554-1800 บทสรุปของเรื่องนี้คือ : จากการคาดการณ์สภาพอากาศมีโอกาสพัฒนาเป็นปรากฏการณ์ ”ลานีญา” สภาวะอ่อน ๆ ช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. ซึ่งมีผลให้เกิดฝนตกเพิ่มขึ้นบริเวณภาคใต้ และมีค่าฝนเฉลี่ยมากสุดในเดือนก.ย. ปริมาณ 260 มิลลิเมตร เท่านั้น ทำให้โอกาสที่ กทม.จะเกิดเหตุการณ์ฝนตกหนัก รอบ 1,000 ปี จึงมีความน่าจะเป็นน้อยมาก รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 111ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

 


📢📢 “ประกาศ”    ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา ที่ทำการ สภ.เขาวิเศษ


📢📢 “ประกาศ”  NEW จัดซื้อจัดจ้างตัดชุดเครื่องแบบสนามสำหรับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมฝูงชน ปะหน้าส่งข้อมูลราคากลาง+ของเขตของงาน ราคากลาง+ขอบเขตของงาน-โครงการจัดซื้อจัดจ้าง


พ.ร.บ. ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 http://songmetta.com/security/index.html


📢📢 ประกาศ ก่อสร้างแฟลตนาโยง ระกาศ ภ.จว.ตรัง เรื่อง ประกวดราคาจ้างก่อสร้าง อาคารที่พัก(แฟลตฯ สภ.นาโยง)

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างแฟลตฯ นาโยง


📢📢ประกาศ  ประกวดราคาก่อสร้างอาคารการคลัง/เก็บของกลาง 🌴new🌴https://drive.google.com/drive/folders/1Stu2VvNmt2_YCZM5PtGiVYbIWaJiH770?usp=sharing


📢📢ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์กองทุนเพื่อการสืบสวนและสอบสวนคดีอาญา กองทุนเพื่อการสืบสวนสอบสวน


📢📢การประชาสัมพันธ์กฎหมายว่าด้วยธุรกิจรักษาความปลอดภัย 🌴new🌴 กฎหมายว่าด้วยธุรกิจรักษาความปลอดภัย


📢📢ประกาศตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เรื่อง เจตนารมณ์ในการป้องกันการทุจริตของตำรวจภูธรจังหวัดตรัง 🌴new🌴 เจตนารมย์ในการป้องกันการทุจริต(Trang ProvinciaL Police’s aims for preventing corruption)เจตนารมณ์ 


📢📢ประกาศตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เรื่อง เจตจำนงสุจริตในการบริหารงานตำรวจภูธรจังหวัดตรัง 🌴new🌴 เจตจำนงสุจริตในการบริหารงาน(Subject honest intentions in the administration of Trang ProvinciaI Police)  เจตจำนง 


📢📢เผยแพร่การจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ. ศ.2562 🌴new🌴 การจัดซื้อจัดจ้าง


📢📢ประกาศตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เรื่อง ผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมแซมปรับปรุงผ้าม่านปรับแสงห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดตรัง 🌴new🌴ประกาศตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เรื่องประกาศผู้ชนะเสนอราคา


📢📢ประชาสัมพันธ์   เรื่องการฝึกอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัย  ในระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2561  ณ  กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 435 ซึ่งประชาชนทั่วไป ทุกสาขา อาชีพ  ที่มีความสนใจสามารถสมัครเข้ารับการฝึกอบรมได้ ตามวันเวลาดังกล่าวโดยเตรียมเอกสารดังนี้ 🌴 สำเนาทะเบียนบ้าน   จำนวน  1  ฉบับ 🌴 สำเนาบัตรประชาชน  จำนวน 1  ฉบับ 🌴 รูปถ่าย  ขนาด   1  นิ้ว   จำนวน  2  รูป 📢📢📢 หมายเหตุ เรื่องการฝึกอบรม รปภ.วันที่ 4-7 ต.ค.61 ขอเลื่อนการฝึกโดยจะแจ้งวัน เวลา ให้ทราบอีกครั้ง📢📢📢